ตลาด มีแนวต้าน ที่ 1068-1072, 1080-1085, 1095, 1100, แนวรับระยะสั้น 1050, 1044, 1018-1012
หุ้นน่าจะขึ้นช่วง2สัปดาห์ ก่อนเลือกตั้ง ตอนนี้ตลาด ยังคงอยู่ในสภาวะนิ่งๆ ต่างฝ่ายพยายามรอดูสถานการณ์ ไปอีก สัก1อาทิตย์ แต่ถ้าลงมาเยอะ จะมีแรงซื้อเข้ามาเก็บหุ้นขนาดใหญ่สะสมบ้าง แต่ยังไม่เต็มตัว คือคล้ายๆกับรอซื้อแต่ไม่ไล่ซื้อ เนื่องจากข่าวดียังไม่ปรากฏ แต่มีข่าวร้ายออกมาบ้าง แต่ไม่ร้ายแรงมากเป็นเรื่องเดิม เช่น ปัญญากรีซ หรือ ตัวเลขการจ้างงาน หรือ ขอสวัสดิการสำหรับคนว่างงาน
กลยุทธ์ ช่วงนี้ คือตัวเล็กๆ ที่แนะนำไปหากขึ้นมา ในช่วงสัปดาห์หน้า หรือ พอใจในผลตอบแทน อาจจะSwitch เข้าตัวใหญ่บ้างบางส่วน มองไปที่กลุ่มธนาคารก่อน เนื่อง จากว่าเป็นกลุ่มที่จะฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น และในQ2 ไม่ผลกระทบด้าน Inventory lose แบบกลุ่มenergy มองไปที่ BBL Kbank SCB
BJC (The green big tree growing together) บริษัทนี้ไม่ธรรมดาทั้งระยะสั้น และ กลาง ด้วยความที่เป็น บริษัทที่ก่อตั้งมา นานกว่า 128ปี ผลิตภัณฑ์ที่หลายท่านใช้ เป็นของBJC โดยไม่รู้ตัว เช่นกระดาษชำระ สบู่ แต่หลักๆเลยคือพวกpackaging การวางกลยุทธ์ในระยะกลางถึงยาว คือ Asean Strategic คือในภูมิภาคนี้ จะมีบริษัท นี้เป็นคนค่อยจัดจำหน่ายสินค้าให้ พร้อมทั้ง Pack ให้ ซึ่งถ้าเปิดเสรีกันในปีหน้า จะเป็นหุ้นที่โตมาก เพราะ การวางแผนเข้าไปM&A ในปีนี้และจะทำเพิ่ม จะช่วงให้หมากที่วางไว้สมบูรณ์ แต่ปัญหาคือสภาพคล่องของหุ้นน้อย ทำให้ต้องเพิ่ม ให้ทันก่อนปลายปีที่จะเข้าSET50 และปีหน้าจะเข้า Asean linkage ต่อไป
ถ้าจะซื้อ IVL เผื่อบางท่านสนใจ ถ้าจะซื้อตรงนี้ พอได้ เพราะลงมาเยอะ อาจจะสัก ¼ หรือ ½ ก่อน บริเวณ 43-44 ไม่เกิน 45 ส่วนที่เหลือรอ ตรงใกล้ๆ 40 Stop ถ้าหลุด 40 แต่นักลงทุน ไปกังวล งบที่จะออก Q2 ว่าจะลดลงรวมไปถึงSpread ที่จะลดลง แต่ Pet Spread น่าจะดีขึ้นน่าจะเป็นตัวช่วยได้ และการไปRoad show ที่อังกฤษ น่าจะเริ่มช่วยได้
กลยุทธ์ ทางเทคนิค มองไปอีก2สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ยังอยู่ในช่วงพักตัว ช่วงคลื่น 4 ภาพใหญ่ในคลื่น 5ที่ 1100+ ยังไม่ยกเลิก รอจังหวะขายทำกำไร ใน Raimon ในสัปดาห์หน้า ส่วน Jas สำหรับคนที่เล่นสั้นอาจขายไปแล้ว หรือถ้าใครจะไม่ขาย อาจจะขายทำกำไรบ้างเพื่อรอเข้าตัวใหญ่เน้น ไปที่Bank บางส่วนก่อน ซื้ออย่างใจเย็นๆ ตอนอ่อนตัวลงมา
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BCP Stop 20, RAIMON Stop 1 (Take profit) , JAS Stop 2.80(take profit), BBL Buy on weakness, stop151, Kbank stop 115
ระยะ สั้น= ESSO, BGH stop 50, STEC stop 13 stop lose , SAT stop 22, BJC stop 19
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
Market Running 28/05/11
ตลาด มีแนวต้าน 1072, 1080-1085, 1095, 1100, แนวรับระยะสั้น 1056, 1050, 1040
ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและFund Flows ในสัปดาห์นี้จะมีการประกาศการขึ้นดอกเบี้ยจากทางกนง.ในวันที่1มิถุนายน ที่น่าจะขึ้นอีก 0.25% จะเป็น 3.00% หลังจากนั้น คงจะดูเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ โดยกระทรวงพาณิชย์ในวันที่31 พฤษภาคม เพิ่มตัดสินใจว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่ ต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิ มาตลอดโดยได้ลด Portfolio ลงมากว่าครึ่งในรอบ 3สัปดาห์ โดยคาดว่า นลท. ในประเทศ ยังคงช่วยพยุงตลาดต่อเนื่อง
ปัญหาเรื่องกรีซ ยังคงเข้ามาเป็นปัจจัย ลบ หลังจากทางECB ออกมาระบุว่าทางIMF ไม่น่าจะสามารถ เพิ่มเงินได้ในเดือนหน้า ซึ่งปัญหาตรงนี้ทางEU น่าจะเข้ามาช่วยเหลือ ต่อ รวมไปถึงตัวเลขการจ้างงานของอเมริกาที่จะประกาศในวันศุกร์หน้า
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index มองไปขายทำไรคลื่น 5 บริเวณเหนือ 1100 ขึ้นไป โดยหลักๆคือเรื่องMSCI ในวันที่ 31 พ.ค. โดยตัวที่ถูกลดน้ำหนัก คือ BANPU IVL BEC ถ้าหากวันที่มีผล ลงมาเยอะๆ ควรซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น รวมไปถึงเข้าไปซื้อBCP เนื่องจากจะได้เข้าSET50 และหลีกเลี่ยง DCC พยายามลดและถอดSTEC ออกหลังจาก ราคาหุ้นไม่ไปไหน มองไปที่BCP BJC เก็งกำไรใน JAS
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BJC stop 19, BCP Stop 20, RAIMON Stop 1, JAS Stop 2.80
ระยะ สั้น= ESSO, BGH stop 50, STEC stop 13, SAT stop 22
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจและFund Flows ในสัปดาห์นี้จะมีการประกาศการขึ้นดอกเบี้ยจากทางกนง.ในวันที่1มิถุนายน ที่น่าจะขึ้นอีก 0.25% จะเป็น 3.00% หลังจากนั้น คงจะดูเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ โดยกระทรวงพาณิชย์ในวันที่31 พฤษภาคม เพิ่มตัดสินใจว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่ ต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิ มาตลอดโดยได้ลด Portfolio ลงมากว่าครึ่งในรอบ 3สัปดาห์ โดยคาดว่า นลท. ในประเทศ ยังคงช่วยพยุงตลาดต่อเนื่อง
ปัญหาเรื่องกรีซ ยังคงเข้ามาเป็นปัจจัย ลบ หลังจากทางECB ออกมาระบุว่าทางIMF ไม่น่าจะสามารถ เพิ่มเงินได้ในเดือนหน้า ซึ่งปัญหาตรงนี้ทางEU น่าจะเข้ามาช่วยเหลือ ต่อ รวมไปถึงตัวเลขการจ้างงานของอเมริกาที่จะประกาศในวันศุกร์หน้า
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index มองไปขายทำไรคลื่น 5 บริเวณเหนือ 1100 ขึ้นไป โดยหลักๆคือเรื่องMSCI ในวันที่ 31 พ.ค. โดยตัวที่ถูกลดน้ำหนัก คือ BANPU IVL BEC ถ้าหากวันที่มีผล ลงมาเยอะๆ ควรซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น รวมไปถึงเข้าไปซื้อBCP เนื่องจากจะได้เข้าSET50 และหลีกเลี่ยง DCC พยายามลดและถอดSTEC ออกหลังจาก ราคาหุ้นไม่ไปไหน มองไปที่BCP BJC เก็งกำไรใน JAS
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BJC stop 19, BCP Stop 20, RAIMON Stop 1, JAS Stop 2.80
ระยะ สั้น= ESSO, BGH stop 50, STEC stop 13, SAT stop 22
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
Market Running 21/05/11
ตลาด มีแนวต้าน ที่ 1080-1085, 1095, 1100, 1105, แนวรับระยะสั้น 1070, 1056, 1050, 1040
ตลาดรอผลการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นเนื่องจาก ต้องการความชัดเจน โดยช่วงนี้และหมดช่วงการประกาศผลประกอบการจึงต้องหาประเด็นใหม่ๆเข้ามาเล่น อาจจะยังอยู่ในกรอบแคบๆ ก่อนแต่มองว่า หลังเลือกตั้งตลาด น่าจะกลับมาเป็นบวก ดู จากเทคนิคอยู่ในช่วงพักตัวในคลื่น 4 ตามวิธีคิดแบบElliot wave ถ้าไม่หลุด 1050-1040 ยังไม่ยกเลิกตั้งตัวเป็นคลื่น 5 น่าจะมาหลังการเลือกตั้งรู้ผลแล้ว Downside risk คือเรื่องที่ยุโรป และความร้อนแรงเศรษฐกิจ จีนและโดยเฉพาะ อินเดียที่จะเป็นผลร้ายในอนาคต เรื่องฟองสบู่ที่ นักลงทุนตะวันตก พยายามจะทำให้แตก
ประเด็นเรื่อง IVL เป็นผลมาจากการปรับลดน้ำหนักในMSCI จึงทำให้ราคาลดลงมา ประกอบกับ 2Q น่าจะ มีผลประกอบการลดลง เนื่องจากมี Inventory Lose แต่คาดว่าCore profit น่าจะได้สัก 3-4 พันล้าน เพราะจะมี Sale Volume +20% และสัดส่วน ระหว่าง PET ที่มากกว่ากับPTA จะเข้ามาช่วย ถึงแม้ว่าPTA Spread จะลงค่อนข้างเยอะ แต่ราคาPET น่าจะดีขึ้น และการเข้ามาซื้อกิจการเพิ่มขึ้นอีก3-4แห่ง ในปีนี้จะเป็น ปัจจัยบวกได้ แต่ราคาหลุด 50ลงมาหากใครยังไม่ได้Stop lose หรือ Sell on fact ตอนประกอบการออก ถ้ามีการฟื้นตัวอาจจะขายออกไปก่อน แล้วค่อยมารับแถว 49-46 ค่อยซื้ออย่างรอบคอบ สรุปคือในเชิงFundamental ระยะกลางยังไม่เสีย แต่นิสัยหุ้นตัวนี้คือเล่นแรง
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index ระยะกลางทยอยสะสม ค่อยๆเลือกราคาได้ หากตลาดBreak out ค่อยซื้อเพิ่ม แต่ถ้าลงมาเยอะทยอยสะสมได้ อย่างเช่น CPF และSCC ส่วน กลุ่มโรงพยาบาล อย่างBGH ถือต่อ หรือเล่นตามรอบคือลงมาใกล้50 หรือต่ำกว่าให้ซื้อ แต่ขึ้นไป54-55 ขายออกมาก่อน ส่วนระยะสั้น เพิ่ม BJC ถอดMCOT ออก เพิ่มSAT
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BGH, STPI Take profit over 28, BJC stop 19, SAT stop 22
ระยะ สั้น= ESSO Take profit 1/2 over 14 , IVL stop lose, BGH stop 50, STEC stop 13
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
ตลาดรอผลการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นเนื่องจาก ต้องการความชัดเจน โดยช่วงนี้และหมดช่วงการประกาศผลประกอบการจึงต้องหาประเด็นใหม่ๆเข้ามาเล่น อาจจะยังอยู่ในกรอบแคบๆ ก่อนแต่มองว่า หลังเลือกตั้งตลาด น่าจะกลับมาเป็นบวก ดู จากเทคนิคอยู่ในช่วงพักตัวในคลื่น 4 ตามวิธีคิดแบบElliot wave ถ้าไม่หลุด 1050-1040 ยังไม่ยกเลิกตั้งตัวเป็นคลื่น 5 น่าจะมาหลังการเลือกตั้งรู้ผลแล้ว Downside risk คือเรื่องที่ยุโรป และความร้อนแรงเศรษฐกิจ จีนและโดยเฉพาะ อินเดียที่จะเป็นผลร้ายในอนาคต เรื่องฟองสบู่ที่ นักลงทุนตะวันตก พยายามจะทำให้แตก
ประเด็นเรื่อง IVL เป็นผลมาจากการปรับลดน้ำหนักในMSCI จึงทำให้ราคาลดลงมา ประกอบกับ 2Q น่าจะ มีผลประกอบการลดลง เนื่องจากมี Inventory Lose แต่คาดว่าCore profit น่าจะได้สัก 3-4 พันล้าน เพราะจะมี Sale Volume +20% และสัดส่วน ระหว่าง PET ที่มากกว่ากับPTA จะเข้ามาช่วย ถึงแม้ว่าPTA Spread จะลงค่อนข้างเยอะ แต่ราคาPET น่าจะดีขึ้น และการเข้ามาซื้อกิจการเพิ่มขึ้นอีก3-4แห่ง ในปีนี้จะเป็น ปัจจัยบวกได้ แต่ราคาหลุด 50ลงมาหากใครยังไม่ได้Stop lose หรือ Sell on fact ตอนประกอบการออก ถ้ามีการฟื้นตัวอาจจะขายออกไปก่อน แล้วค่อยมารับแถว 49-46 ค่อยซื้ออย่างรอบคอบ สรุปคือในเชิงFundamental ระยะกลางยังไม่เสีย แต่นิสัยหุ้นตัวนี้คือเล่นแรง
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index ระยะกลางทยอยสะสม ค่อยๆเลือกราคาได้ หากตลาดBreak out ค่อยซื้อเพิ่ม แต่ถ้าลงมาเยอะทยอยสะสมได้ อย่างเช่น CPF และSCC ส่วน กลุ่มโรงพยาบาล อย่างBGH ถือต่อ หรือเล่นตามรอบคือลงมาใกล้50 หรือต่ำกว่าให้ซื้อ แต่ขึ้นไป54-55 ขายออกมาก่อน ส่วนระยะสั้น เพิ่ม BJC ถอดMCOT ออก เพิ่มSAT
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BGH, STPI Take profit over 28, BJC stop 19, SAT stop 22
ระยะ สั้น= ESSO Take profit 1/2 over 14 , IVL stop lose, BGH stop 50, STEC stop 13
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
Market Running 16/05/11
ตลาด มีแนวต้าน ที่1095, 1099, 1102, 1107, 1110 แนวรับระยะสั้น 1085-1080, 1064, 1054
ตลาดขานรับการเลือกตั้งที่ชัดเจน และการ ประกาศผลประกอบการใกล้ครบหมด ทุกบริษัท จะจบในสัปดาห์นี้ ตลาดมีแนวโน้ม ที่จะออกแนวZigzag ในกรอบ เพราะยังต้องหาประเด็นใหม่ๆเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนDown side ก็มีจำกัดเนื่องจากเราเข้าสู่โหมด เลือกตั้ง มุมการเทรด คือ เล่นตามกรอบคือลงมาลึกๆ ซื้อ ขึ้นมามากๆขาย ทยอยทำกำไรในส่วนที่ถือในระยะสั้น เพื่อรอความชัดเจนทั้งในต่างประเทศ เรื่องQE และปัญหาในEU ที่ยังค้างคาอยู่ มองหาหุ้นที่มีคาดว่าจะมีผลประกอบการดีในช่วงQ2 อย่างกลุ่ม ส่งออก ทั้งในอาหาร และElectronic แต่ให้น้ำหนักในกลุ่มอาหารมากกว่า เหมาะที่จะเข้าสะสมในระยะกลาง
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index เล่นตามแนวต้านตลาดยังผ่าน 1100 ไม่ได้ ให้ขาย ลงเยอะซื้อ บริเวณ1080-1060 กลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มโรงพยาบาล อย่างBGH ที่ยังไม่ค่อยขึ้นให้ถือต่อ หรือซื้อเพิ่มตามที่แนะนำไป IVL ที่จะประกาศงบในวันที่ 18 /05/11 พิจาณาหุ้นกลุ่มเลือกตั้งและ การเมืองอย่างเช่น STEC, STPI, MCOT ที่จะออกมาดี ขายทำกำไรในESSO หลังจากที่กำไร โดยเฉลี่ยน่าจะอยู่ 25-30%
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BGH, STPI Take profit over 28, Mcot Stop 29.5-29, STEC stop 13
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), SIRI stop 5.45, IVL stop 50, BGH stop 50
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
ตลาดขานรับการเลือกตั้งที่ชัดเจน และการ ประกาศผลประกอบการใกล้ครบหมด ทุกบริษัท จะจบในสัปดาห์นี้ ตลาดมีแนวโน้ม ที่จะออกแนวZigzag ในกรอบ เพราะยังต้องหาประเด็นใหม่ๆเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนDown side ก็มีจำกัดเนื่องจากเราเข้าสู่โหมด เลือกตั้ง มุมการเทรด คือ เล่นตามกรอบคือลงมาลึกๆ ซื้อ ขึ้นมามากๆขาย ทยอยทำกำไรในส่วนที่ถือในระยะสั้น เพื่อรอความชัดเจนทั้งในต่างประเทศ เรื่องQE และปัญหาในEU ที่ยังค้างคาอยู่ มองหาหุ้นที่มีคาดว่าจะมีผลประกอบการดีในช่วงQ2 อย่างกลุ่ม ส่งออก ทั้งในอาหาร และElectronic แต่ให้น้ำหนักในกลุ่มอาหารมากกว่า เหมาะที่จะเข้าสะสมในระยะกลาง
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index เล่นตามแนวต้านตลาดยังผ่าน 1100 ไม่ได้ ให้ขาย ลงเยอะซื้อ บริเวณ1080-1060 กลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มโรงพยาบาล อย่างBGH ที่ยังไม่ค่อยขึ้นให้ถือต่อ หรือซื้อเพิ่มตามที่แนะนำไป IVL ที่จะประกาศงบในวันที่ 18 /05/11 พิจาณาหุ้นกลุ่มเลือกตั้งและ การเมืองอย่างเช่น STEC, STPI, MCOT ที่จะออกมาดี ขายทำกำไรในESSO หลังจากที่กำไร โดยเฉลี่ยน่าจะอยู่ 25-30%
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = BGH, STPI Take profit over 28, Mcot Stop 29.5-29, STEC stop 13
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), SIRI stop 5.45, IVL stop 50, BGH stop 50
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL, CPF
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
Market Running 01/05/11
ตลาด มีแนวต้าน ที่1098-1100, 1107, 1110 แนวรับระยะสั้น 1090, 1085-1080, 1064-1054
ตลาดปรับตัวหลุด ลงมา จาก1100 มาสู่แนวที่กรอบกลาง ตรง 1090 เนื่องจาก ปัญหาการเมืองในประเทศและต่างประเทศ เรื่องการยุบสภา, ปฏิวัติ และปัญหา ชายแดนกับราชอาณาจักรกัมพูชา ประกอบประเด็นที่เป็น บวก ยังไม่ชัดเจน แต่ตลาด น่าจะกลับมาได้หลังเรื่องราวต่างๆชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าระยะสั้น-กลางควร ขายออกมาหลังทุกอย่างชัดเจน แล้วหลังเลือกตั้ง(หากมี ) ค่อยว่ากันอีกครั้ง มองว่า น่าใช้เป็นเชิงTrading มากกว่า จับตาดูการOpen short ที่มากขึ้น ของต่างชาติ ตอนนี้ยอดระดับสัปดาห์ติดลบเป็น 1000 สัญญา
วันหยุดยาวๆ อย่างนี้ จะขอแนะนำหุ้น ที่เหมาะที่จะถือระยะยาวและมูลค่ายังต่ำอยู่ คือ บมจ. เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์(WAVE) เป็นบริษัท ที่มีเงินสดในมือ เยอะ กำลังจะหาธุรกิจ ใหม่ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับ บันเทิง แต่คาดว่าจะมองว่าทำธุรกิจ Solar Farm หลายท่านอาจจะสงสัยว่าคืออะไร Solar farm คือการลงทุนทำไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยโครงสร้างไฟฟ้าของประเทศไทย ต่อไปจะ เป็นส่วนนี้ประมาณ20% ซึ่งตอนนี้ บริษัท ที่ทำยังน้อยอยู่เนื่องจากใช้พื้นที่เยอะ
ราคาหุ้นมีแนวรับสำคัญที่ 10บาท จุดตรงนี้ใช้Stop loss ได้ แต่Upside มากกว่า Downside ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวมองว่า Pattern จะคล้ายกับ Steel หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะupdate อีกครั้ง
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index เล่นแนวTrading หากตลาดยังผ่าน 1100 ไม่ได้ ลงเยอะซื้อ ขึ้นมาขาย พลังงาน ยังน่าสนใจจากการประกาศผลประกอบการควรขายช่วงผลออก เช่น TOP, PTTCH, PTTAR และ IVL ถึงแม้ว่าจะโดนเรื่องTornado แต่Capacity น้อยกว่า 10% ส่วนBANPUงบออกมาไม่ค่อยดี แบ่งบางส่วนเข้ากลุ่มโรงพยาบาล อย่าง BGHส่วนกลุ่มบ้านเตรียมขายทำกำไร รับข่าว Trading เลือก STPI เรื่องงานพลูโตและ ควีนแลนด์
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = Pttch (stop ) LPN Take profit, SCC reduce position or switch to BGH, STPI stop 26-25.8
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), SIRI stop 5.45 IVL stop 50, TOP stop 82, BGH stop 50
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
ตลาดปรับตัวหลุด ลงมา จาก1100 มาสู่แนวที่กรอบกลาง ตรง 1090 เนื่องจาก ปัญหาการเมืองในประเทศและต่างประเทศ เรื่องการยุบสภา, ปฏิวัติ และปัญหา ชายแดนกับราชอาณาจักรกัมพูชา ประกอบประเด็นที่เป็น บวก ยังไม่ชัดเจน แต่ตลาด น่าจะกลับมาได้หลังเรื่องราวต่างๆชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าระยะสั้น-กลางควร ขายออกมาหลังทุกอย่างชัดเจน แล้วหลังเลือกตั้ง(หากมี ) ค่อยว่ากันอีกครั้ง มองว่า น่าใช้เป็นเชิงTrading มากกว่า จับตาดูการOpen short ที่มากขึ้น ของต่างชาติ ตอนนี้ยอดระดับสัปดาห์ติดลบเป็น 1000 สัญญา
วันหยุดยาวๆ อย่างนี้ จะขอแนะนำหุ้น ที่เหมาะที่จะถือระยะยาวและมูลค่ายังต่ำอยู่ คือ บมจ. เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์(WAVE) เป็นบริษัท ที่มีเงินสดในมือ เยอะ กำลังจะหาธุรกิจ ใหม่ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับ บันเทิง แต่คาดว่าจะมองว่าทำธุรกิจ Solar Farm หลายท่านอาจจะสงสัยว่าคืออะไร Solar farm คือการลงทุนทำไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยโครงสร้างไฟฟ้าของประเทศไทย ต่อไปจะ เป็นส่วนนี้ประมาณ20% ซึ่งตอนนี้ บริษัท ที่ทำยังน้อยอยู่เนื่องจากใช้พื้นที่เยอะ
ราคาหุ้นมีแนวรับสำคัญที่ 10บาท จุดตรงนี้ใช้Stop loss ได้ แต่Upside มากกว่า Downside ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวมองว่า Pattern จะคล้ายกับ Steel หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะupdate อีกครั้ง
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index เล่นแนวTrading หากตลาดยังผ่าน 1100 ไม่ได้ ลงเยอะซื้อ ขึ้นมาขาย พลังงาน ยังน่าสนใจจากการประกาศผลประกอบการควรขายช่วงผลออก เช่น TOP, PTTCH, PTTAR และ IVL ถึงแม้ว่าจะโดนเรื่องTornado แต่Capacity น้อยกว่า 10% ส่วนBANPUงบออกมาไม่ค่อยดี แบ่งบางส่วนเข้ากลุ่มโรงพยาบาล อย่าง BGHส่วนกลุ่มบ้านเตรียมขายทำกำไร รับข่าว Trading เลือก STPI เรื่องงานพลูโตและ ควีนแลนด์
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = Pttch (stop ) LPN Take profit, SCC reduce position or switch to BGH, STPI stop 26-25.8
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), SIRI stop 5.45 IVL stop 50, TOP stop 82, BGH stop 50
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF, WAVE
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554
Market Running 23/04/11
ตลาด มีแนวต้าน ที่1110-1120, 1150 แนวรับระยะสั้น 1100, 1090-1095
ตลาดสามารถทะลุ 1100 จุด ได้และสามารถยืนได้ ค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับแรงขายเมื่อวันศุกร์ โดยสถาบัน ขายออกมาค่อนข้างเยอะ และน่าจะกลับมาซื้อ หากราคาตกลงมาเนื่องจากยังมีCash ในมือมาก แต่อาจจะเลือกหุ้นที่ราคายังถูกอยู่รวมไปถึงเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน ที่งบออกมาดี อย่างเช่น IVL SCC PTTCH และ TOP และ กลุ่มบ้าน ยังมีข่าวดีที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ที่อยากจะซื้อบ้านหลังแรกผ่านทาง ธอส. จึงคิดว่าน่าจะกลับมาเล่นสั้นๆ ได้ ส่วนBANPU งบน่าจะออกมาไม่ค่อยดีประมาณ 3bn จากเรื่องvolume ที่ลดลงจากฝนตกหนัก ภาษีที่ต้องเสียมากขึ้น และSG&A ที่เพิ่มมากขึ้น ราคาจึงไม่perform มาก
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index ลุ้นยีนที่ 1100-1090 ระยะสั้น ขายBank เนื่องจาก ผลประกอบการไตรมาส1ออกมาดี และการประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%ไปแล้ว แบ่งขายKTB บ้าง หลังจากที่กำไรไปแล้ว 11% ตั้งแต่แนะนำ ส่วนTMB ยังถืออยู่และปรับเข้าระยะกลาง เปลี่ยนไปถือ Energy ชอบ IVL, PTTCH และTop ที่งบออกมาดี ส่วนกลุ่มบ้านชอบSIRI SPALI และLPN
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = Kbank Take Profit , PTTCH stop 160, LPN stop 9.8 SCC stop 365
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), KTB Take Profit , SIRI stop 5.45 IVL stop 50
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
ตลาดสามารถทะลุ 1100 จุด ได้และสามารถยืนได้ ค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับแรงขายเมื่อวันศุกร์ โดยสถาบัน ขายออกมาค่อนข้างเยอะ และน่าจะกลับมาซื้อ หากราคาตกลงมาเนื่องจากยังมีCash ในมือมาก แต่อาจจะเลือกหุ้นที่ราคายังถูกอยู่รวมไปถึงเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน ที่งบออกมาดี อย่างเช่น IVL SCC PTTCH และ TOP และ กลุ่มบ้าน ยังมีข่าวดีที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ที่อยากจะซื้อบ้านหลังแรกผ่านทาง ธอส. จึงคิดว่าน่าจะกลับมาเล่นสั้นๆ ได้ ส่วนBANPU งบน่าจะออกมาไม่ค่อยดีประมาณ 3bn จากเรื่องvolume ที่ลดลงจากฝนตกหนัก ภาษีที่ต้องเสียมากขึ้น และSG&A ที่เพิ่มมากขึ้น ราคาจึงไม่perform มาก
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index ลุ้นยีนที่ 1100-1090 ระยะสั้น ขายBank เนื่องจาก ผลประกอบการไตรมาส1ออกมาดี และการประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%ไปแล้ว แบ่งขายKTB บ้าง หลังจากที่กำไรไปแล้ว 11% ตั้งแต่แนะนำ ส่วนTMB ยังถืออยู่และปรับเข้าระยะกลาง เปลี่ยนไปถือ Energy ชอบ IVL, PTTCH และTop ที่งบออกมาดี ส่วนกลุ่มบ้านชอบSIRI SPALI และLPN
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = Kbank Take Profit , PTTCH stop 160, LPN stop 9.8 SCC stop 365
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), KTB Take Profit , SIRI stop 5.45 IVL stop 50
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554
Market Running 14/04/11
ตลาด มีแนวต้าน ที่ 1090-1095, 1100 แนวรับระยะสั้น 1078, 1074, 1067, 1060-1055
สวัสดีปีใหม่ ไทย ก่อนล่วงหน้า โดยปีใหม่ไทยจะเริ่มขึ้นในวันที่16 เมษายน ส่วนสภาวะตลาดหลังจากที่ผันผวน ค่อนข้างมากจากลบ9 กลับมาบวกได้ในตอนท้าย แต่Foreign เริ่มขายบ้างแต่ต้องขอดู ยอดNet long or short อีกครั้ง ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตามตลาดมี แนวโน้มว่าอาทิตย์หน้า หลังจากหยุดยาวตลาดมีลุ้นบวกอาจจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1100 ว่าจะผ่านแนวต้านใหญ่นี้ได้หรือไม่ และS50m11 ไม่ควรหลุด 710
เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศ
1.เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย
2.การประกาศผลประกอบการของBANK น่าจะออกมาดี
3. Fund Flow น่าจะยังเข้าอยู่ จากการเปรียบเทียบเมื่อคราวที่แล้ว QE1 ก่อนจะหมดอายุจะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดเอเซีย ค่อนข้างมาก แต่พอหมดอายุ QE1 จะมีการปรับตัวลง 7-10% น่าจะลองมาปรับใช้กับ QE2
ขอพูดเรื่องESSO สักนิด พอดีได้มีโอกาส ฟังมาอีกที จากผู้เข้าร่วมประชุมกับESSO ปรากฏ ว่าผู้ที่คิด จะลงทุนในESSO ควรพิจารณา จากราคาพื้นฐานที่ยังถูกอยู่ เพราะ ควรจะtrade ที่ p/e 9 เท่าประมาณ 13บาท เมื่อเปรียบเทียบ กับTOPที่ trade p/e10 เท่า อีกข้อหนึ่งคือ งบน่าจะออกมาดี จะเมื่อปีที่แล้ว Run Capacity 50%แต่ปีนี้ 100% เนื่องจากESSO ใช้วิธี Strategic Management งบปีนี้ อย่างน้อยสัก 5-6 bn แต่ถ้าจะคิดเรื่อง คนมาซื้อ คงยังอีกนานมาก เท่าที่ได้ยินมา นานกว่าTMB เยอะ เพราะคนที่จะซื้อ คงเป็นTOP และIVL
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index ลุ้น ไปชนแนวต้านใหญ่ที่ 1100 ระยะสั้น ชอบBank เนื่องจาก ผลประกอบการไตรมาส1ออกมาดี และน่าจะมีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ชอบ KBANk, KTB และ TMB ส่วน Energy ชอบ IVL, PTTCH ที่ยังTrade ต่ำกว่า regional อย่าง Petronas Chemical
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = CNT stop 6.15, IVL stop 50, Kbank stop 120, PTTCH stop 160
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), TMB, KTB, SIRI stop 5.45
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
สวัสดีปีใหม่ ไทย ก่อนล่วงหน้า โดยปีใหม่ไทยจะเริ่มขึ้นในวันที่16 เมษายน ส่วนสภาวะตลาดหลังจากที่ผันผวน ค่อนข้างมากจากลบ9 กลับมาบวกได้ในตอนท้าย แต่Foreign เริ่มขายบ้างแต่ต้องขอดู ยอดNet long or short อีกครั้ง ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตามตลาดมี แนวโน้มว่าอาทิตย์หน้า หลังจากหยุดยาวตลาดมีลุ้นบวกอาจจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1100 ว่าจะผ่านแนวต้านใหญ่นี้ได้หรือไม่ และS50m11 ไม่ควรหลุด 710
เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศ
1.เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย
2.การประกาศผลประกอบการของBANK น่าจะออกมาดี
3. Fund Flow น่าจะยังเข้าอยู่ จากการเปรียบเทียบเมื่อคราวที่แล้ว QE1 ก่อนจะหมดอายุจะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดเอเซีย ค่อนข้างมาก แต่พอหมดอายุ QE1 จะมีการปรับตัวลง 7-10% น่าจะลองมาปรับใช้กับ QE2
ขอพูดเรื่องESSO สักนิด พอดีได้มีโอกาส ฟังมาอีกที จากผู้เข้าร่วมประชุมกับESSO ปรากฏ ว่าผู้ที่คิด จะลงทุนในESSO ควรพิจารณา จากราคาพื้นฐานที่ยังถูกอยู่ เพราะ ควรจะtrade ที่ p/e 9 เท่าประมาณ 13บาท เมื่อเปรียบเทียบ กับTOPที่ trade p/e10 เท่า อีกข้อหนึ่งคือ งบน่าจะออกมาดี จะเมื่อปีที่แล้ว Run Capacity 50%แต่ปีนี้ 100% เนื่องจากESSO ใช้วิธี Strategic Management งบปีนี้ อย่างน้อยสัก 5-6 bn แต่ถ้าจะคิดเรื่อง คนมาซื้อ คงยังอีกนานมาก เท่าที่ได้ยินมา นานกว่าTMB เยอะ เพราะคนที่จะซื้อ คงเป็นTOP และIVL
กลยุทธ์ ทางเทคนิค index ลุ้น ไปชนแนวต้านใหญ่ที่ 1100 ระยะสั้น ชอบBank เนื่องจาก ผลประกอบการไตรมาส1ออกมาดี และน่าจะมีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ชอบ KBANk, KTB และ TMB ส่วน Energy ชอบ IVL, PTTCH ที่ยังTrade ต่ำกว่า regional อย่าง Petronas Chemical
แนะ นำ port แบ่งเป็น 4 port ตามความเหมาะสมในแต่ละท่าน
T-port = CNT stop 6.15, IVL stop 50, Kbank stop 120, PTTCH stop 160
ระยะ สั้น= ESSO( stop 9.8), TMB, KTB, SIRI stop 5.45
ระยะกลาง = 2-3 เดือน ถือ SUC, True , TMB, KTB, IHL
ระยะยาว ถือ1-2 ปี= UV, SUC , BLAND, CPALL, BGH, TUF
(เลือกตามความชอบ แค่3-4 ตัว)
รอเก็บเพิ่มตอนวันตลาดลงเยอะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)